เรื่องที่ตัวเองกำลังคิดมาก และจิตตกในขณะนี้เรื่องการถ่ายภาพ cosplay


ผมเองได้อยู่ในวงการ (หรือจะเรียกว่าสังคมก็ได้) การถ่ายภาพแนว Cosplay มานานราวๆ 6-7 ปีได้

นับตั้งแต่จับกล้องตัวแรก คือ Canon IXUS 2 จนถึงปัจจุบันที่ใช้คือ Olympus E-PL3

ซึ่งแรกๆ ในสมัยที่ยังใช้กล้อง D-SLR อยู่นั้นผมมีความสนุก และมีความมั่นใจในการถ่ายภาพอยู่มาก

เพราะผมมั่นใจว่า “ยังไงก็ต้องมีคนเข้ามาดูภาพของผมอย่างแน่นอน” แต่ผมก็ไม่ประมาท และพยายาม

ศึกษาวิธีการต่างๆ รวมไปถึงการ Process ภาพด้วย ซึ่งในช่วงหนึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี...

จนกระทั่งผมเริ่มเข้ามาสู่การ Cosplay ในแนวของ “การคอสหญิง” เท่านั้นแหละครับ ผมก็เริ่มรู้สึกได้เลยว่า

“มีตากล้องหลายคนที่เคยรู้จักกันออกอาการรับไม่ได้อย่างมาก” ประกอบกับการที่ผมเข้ามาคอสหญิงนั้น

ทำให้ผมจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนกล้องจากชุดใหญ่เป็นชุดเล็ก ซึ่งเป็นที่มาของการขาย Lens ชุดใหญ่ทั้งหมด

เพื่อจะไปเริ่มต้นใหม่กับกล้องชุดเล็ก ซึ่งปัจจุบันที่ใช้อยู่ก็อย่างที่หลายๆ คนได้เห็นนั่นแหละครับ

แต่แน่นอนว่า “การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้น มันส่งผลกระทบต่อคุณภาพของภาพโดยรวม” อีกทั้งเพื่อน

ตากล้องหลายๆ คนที่รู้จักผมนั้น “อยากให้ผมกลับไปจับกล้องใหญ่มาถ่ายภาพโดยให้เลิกคอสไปเลย”

ที่สำคัญ..ในปัจจุบันนี้ ถึงจะเห็นผมยังสนุกกับการถ่ายภาพ แต่ในใจของผมจริงๆ แล้วนั้น “ไม่ค่อยมีใจอยาก

จะถ่ายภาพเท่าไหร่แล้ว” เพราะด้วยความที่รูปที่ตัวผมเองลงไปในแต่ละอัลบั้มนั้น “มี Feedback

กลับมาน้อยมากๆ” หรือบางอัลบั้ม “ไม่มีใครมาดูเลย” โดยที่ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันมีเหตุมาจากสิ่งใด

 

.....แต่พอคิดๆ ขึ้นมาได้บางสาเหตุดังนี้ 

 

1. ตัวผมไม่มี Power ที่มากเพียงพอในหมู่คนถ่ายภาพ cosplay ด้วยกัน

2. กล้องที่ผมใช้มันไม่ใช้กระแสตลาดในปัจจุบัน (ฟังแล้วอาจจะดูงี่เง่า แต่มันมีอยู่จริงๆ ครับ...)

3. รึว่าผมถ่ายภาพห่วยเกินจนไม่มีใครอยากดู (มันก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ...)

4. มีคนแอบไป Discredit ผมลับหลัง (อันนี้น่าคิด....)

5. ผมไม่มี Contact กับ Layer หลายๆ คนด้วยล่ะมั้ง ทำให้ไม่สามารถส่งภาพไปให้ได้

6. ไม่มี Webboard ใดที่ไว้สิงเป็นหลักแหล่ง

7. หลายคนอาจไม่ชอบแนวการถ่ายภาพของผมล่ะมั้ง...

ที่สำคัญ...มีเพื่อนๆ ตากล้องของผมบางคน “อยากให้ผมเลิกคอส และกลับไปจับกล้อง

ใหญ่เหมือนเดิม” ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากให้ผมเลิกคอส (หรือว่าผมหาคำตอบไม่เจอเอง....?)

 

และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมเริ่มไม่มีความมั่นใจในการถ่ายภาพ และลงภาพ Cosplay ก็คือ...

“การที่ผมไม่สามารถที่จะ Contact กับเหล่า Idol Cosplay ได้ดีเท่าที่ควรจะเป็น...” ซึ่งตรงจุดนี้

ผมยังหาสาเหตุไม่ได้จริงๆ ว่าเป็นเพราะอะไร และบางทีจะเข้าไปร่วมกับตากล้องที่อยู่ด้วยกันและรู้จักกัน

ก็กลับรู้สึกเหมือนกับว่า “ตัวเองโดนปิดกั้นไม่ให้เข้าไปคุยด้วยกับกลุ่มนั้นๆ” พอจะคุยเล่นด้วยก็

กลับกลัวโดยสวนว่า “เสือก” หรือ “คุณเป็นใคร?” อีก...ครั้นจะขอตากล้องที่รู้จักกันไปถ่ายไพรเวทด้วย

ก็กลัวจะโดนสวนอีกว่า “ไม่ได้ชวนเธอไว้...แล้วจะมาทำไม...”

 

นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกจิตตกกับการถ่ายภาพ Cosplay จนถึงทุกวันนี้น่ะครับ....

ทุกวันผมพายามค้นหาคำตอบอยู่ว่า ทำไม และเพราะอะไรกันแน่ถึงทำให้กลายเป็นแบบนี้ไปได้

และจากใจจริงของผมเอง ผมอยากดันตัวเองขึ้นไปเป็นตากล้อง Cosplay ในระดับกลาง

โดยขอแค่ให้มีคนรู้จักผมมากข ผมก็พอใจมากๆ แล้วล่ะครับ” (ไม่หวังถึงระดับแนวหน้า 

เพราะรู้ตัวเองดีว่า อุปกรณ์กับฝีมือมันไม่ถึง....) 

 

ปล. ข้อความทั้งหมดดูแล้วอาจจะงี่เง่า....แต่อยากให้รู้ว่า

“นี่คือสิ่งที่ผมคิดมาตลอด 2 ปีให้หลังในการถ่ายภาพแนว Cosplay ของผมน่ะครับ"

 

 

 

 

 

บทความ : Camera for Cosplayer (ภาคจบ)

posted on 18 Aug 2011 12:24 by sleepmaster

บทความ : Camera for Cosplayer (ภาคจบ)

 

(งบประมาณช่วง 10,000 - 15,000 บาท)

สำหรับกล้องในช่วงราคานี้นั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นกล้อง Hi-end Compact ซึ่งจะมีฟังก์ชั่นการทำงาน

และลูกเล่นของตัวกล้องที่สูงขึ้นมากกว่าเดิมเช่น

 

- เกือบทุกรุ่นในกลุ่มนี้จะมีโหมด P/A/S/M/Auto มาให้พร้อม

- “บางรุ่น” สามารถบันทึกภาพแบบ RAW File ได้

- “บางรุ่น” มีจอภาพที่สามารถพลิกหมุนหรือปรับมุมมองได้

- “บางรุ่น” ซูมออฟติคอลได้เกิน 12 เท่าขึ้นไป

- “บางรุ่น” มี Hotshoe สำหรับติดตั้งแฟลชภายนอก

- รุ่นใหม่ๆ บางรุ่นมีฟังก์ชันการทำงานที่เป็นระบบ 3D

- เฉพาะกับ Fuji และยี่ห้ออื่นๆ รุ่นเก่าบางรุ่น จะมีเลนส์ที่สามารถซูมได้โดยการหมุนมือ (Manual Zoom)

 

ซึ่งตัวอย่างรุ่นของกล้องในกลุ่มราคา 11,000 - 15,000 บาท จะมีตังต่อไปนี้

 

- Canon : PowerShot S95*** , PowerShot G11*****

- Nikon :  Nikon COOLPIX S8000

- Olympus : SP-800UZ* , µ Tough-8010****

- Samsumg : Samsung WB2000 , Samsung WB650

- Panasonic : Lumix DMC-TZ15

- Fuji : FinePix HS10* ,  FinePix Real 3D W3**

- DSLR/Hi-end Compact มือสองสภาพดีทุกยี่ห้อ (แต่ไม่ค่อยแนะนำ)

 

* = ซูมได้เกิน 12 เท่าแบบออฟติคอล

** = Funtion ระบบ 3D

*** = บันทึกไฟล์ภาพแบบ RAW ได้

**** = กันน้ำและกันกระแทก

***** = จอที่สามารถปรับเปลี่ยนมุมมองได้

 

หมายเหตุ : กล้องที่ยกตัวอย่างมาจะมีเพียง Fuji : FinePix HS10 และ PowerShot G11 เท่านั่นที่มี

Hotshoe ต่อแฟลชนอก ซึ่งจริงๆ แล้วมันจะมีอีกหลายๆ รุ่นเหมือนกันนะครับ ที่มี Hotshoe มาให้

ยังไงก่อนซื้อควรศึกษา Spec ของกล้องให้ดีด้วยนะครับ ^^/

 

กล้องในโซนราคา 11,000 - 15,000 บาท นั้น อย่างที่บอกว่า เป็นกล้องที่มีลูกเล่นและความสามารถในการบันทึก

ที่อยู่ระดับค่อนข้างสูงในระดับของ Compact Camera ด้วยกัน หรือก็คือ “คุณภาพของภาพนั้นจะสูงมากๆ” ยิ่ง

ถ้าเป็นคนที่ชอบใช้ Photoshop ในการแก้ไขรูปภาพแล้ว แนะนำว่าให้เลือกรุ่นที่สามารถบันทึก RAW ได้จะดีที่สุด

เนื่องจาก RAW นั้นจะสามารถแก้ไข แสง,สี,ค่า WB, ความคมชัด และลด Noise ได้ง่ายกว่า JPEG มากๆ

(จากประสบการณ์ตรงของผมเองน่ะครับ)

แต่เนื่องจากกล้องในกลุ่มนี้มีราคาที่ค่อนข้างแพง จึงทำให้กล้องในกลุ่มนี้ไม่เหมาะสำหรับ Layer ที่ฐานะการเงิน

ต่ำ - ปานกลาง หรือยังไม่มีงานทำและเงินเดือนซักเท่าไหร่ จะเหมาะสำหรับ Layer ที่ฐานะการเงินที่ค่อนข้างดี

หรือต้องการไฟล์คุณภาพที่สูงขึ้นโดยที่สามารถพกกล้องถ่ายได้สะดวกเหมือนเดิมน่ะครับ ^^”

 

 

(งบประมาณช่วง 15,000 บาท ขึ้นไป ต้องการไฟล์คุณภาพสูงมาก)

 

สำหรับกล้องในกลุ่มราคานี้ ได้มีกล้องระบบที่ถือได้ว่าเป็นว่า “เป็นกล้องระบบใหม่ในเวลานี้” เลยก็ว่าได้

เพราะถึงแม้ว่าจะมีขนาดเล็ก แต่ก็สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้เหมือน DSLR และคุณภาพไฟล์ก็อยู่ในระดับที่สูงมากๆ

ซึ่งในบางรุ่นนั้นมีคุณภาพไฟล์สูงกว่า DSLR ระดับล่างๆ ด้วย โดยระบบใหม่ที่ผมพูดถึงนั่นคือ

“Mirrorless Camera” นั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันมีเพียง 5 ยี่ห้อเท่านั้น ซึ่งกล้องในกลุ่ม Mirrorless มีตัวอย่างรุ่นดังนี้

 

Olympus : E-P1 , E-P2 , E-P3 , E-PL1 , E-PL2 , E-PL3 , E-PM1

Sony :  NEX-3 , NEX-5 , NEX-3C

Panasonic : Lumix GF-1 , Lumix GF-2 , Lumix GF-3**

Pantax : Pantax Q

Samsumg : NX100

 

** Lumix GF-3  ไม่มีช่องเสียบแฟลชภายนอก o_O!?

 

อนึ่ง...นอกจากกล้องแบบ Mirrorless แล้ว กล้องในกลุ่มราคานี้ยังมีกล้อง Compact Camera

ตัว Top ของหลายๆ ยี่ห้อ รวมถึง DSLR หลายๆ ตัวด้วย ยกตัวอย่างเช่น

 

- Canon :  PowerShot SX30 IS , EOS 550D

- Nikon :  COOLPIX P7000 , D3100 , D5100

- Olympus :  (Mirrorless Camera) , E-420 , E-620

- Samsumg : Samsung EX1

- Panasonic :  (Mirrorless Camera) , Lumix DMC-LX5 , Lumix DMC-FZ100

- Fuji : FinePix X100

- DSLR : มือสองสภาพดีทุกยี่ห้อ (แล้วแต่การตัดสินใจนะครับ)

 

หมายเหตุ : Fuji : FinePix X100 มีราคาสูงมาก...

 

ด้วยความที่ กล้องในกล้องนี้มีกลุ่มกล้อง DSLR มาร่วมด้วยแล้ว ทำให้กล้องในกลุ่มนี้มีความสามารถ

ในการถ่ายภาพในสภาวะแสงรูปแบบต่างๆ ได้ดีมาก และคุณภาพของภาพที่ได้ก็สูงด้วย แต่ถ้ากับกล้อง

Compact ในกลุ่มราคานี้นั้น คุณภาพของภาพอาจจะยังไม่สามารถเทียบ DSLR และ Mirrorless ได้มากนัก

เพราะด้วยขนาดของ Sersor รับภาพที่ต่างกันพอสมควร แต่ก็ดีกว่า Compact ระดับล่างๆ หลายขุมเลยล่ะ

 

แต่ด้วยความที่กล้องในกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ (ยกเว้นพวก Mirrorless) แล้ว

ผมจึงไม่แนะนำให้ Layer ที่ต้องแต่งชุดที่มี Prop เยอะๆ มางานบ่อยๆ เอามาใช้ถ่ายภาพซักเท่าไหร่

และกล้องกลุ่มนี้ไม่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ “คนที่มีฐานะทางการเงินต่ำ” เนื่องจากราคาที่สูงมาก

ประกอบกับถ้าเล่น DSLR หรือ Mirrorless แล้ว อาจได้ซื้อ Lens เพิ่มแน่ๆ  และกล้องในกลุ่มนี้จะ

เหมาะสำหรับ Layer ที่มีฐานะทางการเงินที่ “สูง” และกลุ่ม “ตากล้อง Cosplay” ที่อยากได้ไฟล์

คุณภาพสูง แต่ไม่อยากแบกกล้องหนักๆ มางาน Cosplay กล้องกลุ่ม Mirrorless น่าจะเป็นตัวเลือก

ที่ดีสำหรับกล้องในกลุ่มราคา 15,000 บาทขึ้นไปนี้น่ะครับ

 

บทสรุป

 

โดยสรุปแล้ว Layer และตากล้อง จะใช้กล้องยี่ห้อไหน รุ่นอะไรนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับความต้องการ

ของคนที่จะซื้อเองเท่านั้นแหละนะ บทความนี้เป็นเพียงการแนะนำแนวทางในการเลือกซื้อกล้อง

ให้เหมาะกับ Life Style ของตัวเองเท่านั้นน่ะครับว่า “อยากได้แบบไหน และต้องการสะดวกมั้ย ?”

และรุ่นของกล้องที่ผมได้ยกตัวอย่างไปนั้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกล้องที่ออกมาขายในปัจจุบันนี้

เท่านั้นนะ ยังมีกล้องอีกนับร้อยรุ่นให้ได้เลือกและตักสินใจซื้อ และในอนาคตจะมีออกมามากกว่านี้...

 

ขอจบบทความครั้งนี้แต่เพียงเท่านี้นะครับทุกท่าน ^^/

บทความ : Camera for Cosplayer (ภาคต้น)

posted on 17 Aug 2011 11:51 by sleepmaster

บทความ : Camera for Cosplayer (ภาคต้น)


อย่างที่ทราบกันดีว่า ในปัจจุบันนี้การ Cosplay นั้น เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นในบ้านเรามากขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งสามารถสังเกตได้ชัดเจนก็คือ “ปัจจุบันนี้มีคนมางานการ์ตูนและงานเกมที่มี Cosplay มากขึ้น” นั่นเอง

และก็มี Cosplayer หน้าใหม่ๆ ที่เริ่มเข้าที่สังคมของการ Cosplay มากขึ้นด้วยเช่นกันน่ะครับ

และในบรรดาเหล่า Layer ที่มีอยุ่ปัจจุบันนี้ ก็มี Layer อยู่ส่วนหนึ่งล่ะที่อยากจะถ่ายภาพ Layer คนอื่นๆ

กลับไปด้วย ผมก็เลยคิดที่จะมาเขียนบทความนี้เพื่อแนะนำกล้องที่เหมาะสมสำหรับ Cosplayer

ในการถ่ายภาพในงานน่ะ

อนึ่ง บทความนี้มาจากประสบการณ์ของผมเองโดยตรงที่ผันตัวเองจากตากล้อง

สู่การเป็น Layer + ตากล้อง ด้วยนะ

 

ในปัจจุบันนี้ มีกล้องหลายยี่ห้อ และหลายรุ่นทยอยออกมาแทบนับไม่ถ้วนกันเลยทีเดียว

ฉะนั้น ผมจะพูดโดยแบ่งออกตามงบประมาณของ Layer เลยนะครับว่า “งบแค่ไหนมียี่ห้อไหน รุ่นไหนบ้าง”

 

(งบประมาณช่วง 5,000.- บาท ลงไป และไม่ต้องการคุณภาพของไฟล์มากนัก ขอแค่ภาพชัดก็พอ)

สำหรับกล้องที่มีราคาต่ำกว่า 5,000.- บาท นั้น จะเป็นกล้อง Compact ทั้งหมดเลยนะครับ ตัวอย่างเช่น

 

- Canon : PowerShot A2200 , PowerShot A3100 IS

- Nikon : COOLPIX S5100 , Nikon COOLPIX P60

- Olympus : FE-45 , FE-4010

- Samsumg : ES70

- Panasonic : Lumix DMC-F3

- มือสองสภาพดี ทุกยี่ห้อที่กล่าวมา (แต่ไม่ค่อยแนะนำ)

 

ซึ่งกล้องในโซนราคานี้ ส่วนใหญ่แล้วจะเน้นระบบ Auto เป็นหลัก ซึ่งเหมาะสำหรับ Layer

ที่ต้องการความสะดวก และไม่ต้องการไฟล์ที่มีคุณภาพสูงมากๆ หรือก็คือ “ขอแค่สามารถถ่ายภาพ

ได้ออกมาชัดก็เพียงพอแล้ว” นั่นเอง โดยคุณสมบัติพื้นฐานของกล้องโซนราคานี้คือ

 

- ซูมฮอฟติคอล 3-5 เท่า (แล้วแต่รุ่น)

- ไม่มีโหมด Manual ให้ปรับแต่ง เน้นความสะดวกสบาย

- ความละเอียดมีตั้งแต่ 8 -14 ล้านพิกเซล

 

กล้องราคาต่ำกว่า 5,000.- บาทนั้น แน่นอนว่าจะเน้นความสะดวกสบายในการถ่ายภาพเป็นหลัก

ซึ่งจะทำให้ Layer สามารถถ่ายภาพไปพร้อมกับแต่ง Cosplay ของตัวเองได้สะดวกขึ้น

และสามารถให้เพื่อนๆ ถ่ายภาพตัวเองกลับไปได้ด้วย แต่กล้องในระดับนี้จะมีข้อเสียอยู่ 1 ข้อนั่นคือ

“ถ่ายในงานที่จัด Indoor และแสงน้อยได้ไม่มีนัก” จึงทำให้เหมาะสำหรับ การถ่ายงานกลางแจ้งซะมากกว่า

เพราะด้วยความที่กล้อง “บางรุ่น” ในโซนราคานี้จะไม่สามารถปรับค่าไวแสง (ISO)

ได้เลยนั่นเอง (นั่นคือระบบ ISO จะถูกตั้งเป็น Auto ได้อย่างเดียวเท่านั้น)

 

(งบประมาณช่วง 6,000 - 10,000.- บาท ต้องการคุณภาพของไฟล์มากขึ้น และสามารถปรับได้มากขึ้น)

กล้องในโซนราคา 6,000 - 10,000 บาท นั้น จะมีตั้งแต่ กล้องคอมแพคระดับกลางๆ ไปจนถึง

กล้องระดับสูงแบบเริ่มต้นเลยล่ะ ซึ่งกล้องกลุ่มราคานี้ จะมีฟังก์ชันการปรับแต่งที่สามารถทำได้

มากกว่ากลุ่มราคาต่ำกว่า 5,000 บาท พอสมควร เช่น

 

- สามารถปรับแต่งค่าไวแสง (ISO) ได้

- บางรุ่นจะมีโหมด P,A,S,M และ Auto มาให้ใช้ปรับแต่งการทำงานตามสถานการณ์

- ความละเอียด มีตั้งแต่ 8 - 16 ล้านพิเซล

- บางรุ่นสามารถซูมออฟติคอลได้ถึง 7 - 12 เท่า

- บางรุ่น จะกันน้ำและกันการหล่นกระแทกพื้นด้วย

 

โดยกล้องในกลุ่มราคา 6,000 - 10,000 บาท นั้นจะมีดังต่อไปนี้ (ตัวอย่างนะ)

- Canon : Canon Ixus 100 IS , Canon Ixus 220HS

- Nikon : Nikon COOLPIX S610 , Nikon COOLPIX S630*

- Olympus : µ Tough-3000**, µ-1060*

- Samsumg : Samsung NV24 HD , Samsung NV20

- Panasonic : Lumix DMC-FP3 , Lumix DMC-FX520

- มือสองสภาพดี รุ่นที่สูงกว่า และทุกยี่ห้อที่กล่าวมา (แต่ไม่ค่อยแนะนำ)

 

* = ซูมออฟติคอลได้เกิน 5 เท่า

** = สามารถกันน้ำและกันการหล่นกระแทกพื้น

 

อย่างที่ได้ว่าไว้ กล้องกลุ่มราคานี้ จะมีฟังก์ชันการทำงานที่มากขึ้น และความละเอียดที่สูงขึ้น

แต่ด้วยความที่ยังคงเป็นกล้อง ในกลุ่มของกล้อง Compact ด้วยแล้ว การใช้ถ่ายภาพในงานในร่มนั้น

ก็ยังคงทำได้ไม่ดีมากนัก ถึงแม้จะสามารถปรับแต่งค่าไวแสง (ISO) ได้ก็ตาม แต่ก็ต้องอาศัยความนิ่งของมือ

ส่วนหนึ่ง อีกทั้งเมื่อเพิ่ม ISO แล้ว จะเกิด Noise ที่ภาพขึ้น ซึ่งจะทำให้ความคมชัดของภาพนั้น

ถูกลดทอนลงไปประมาณ 20-30% ขึ้นอยู่กับค่า ISO ที่เราเปิดใช้ว่าสูงแค่ไหน และถึงแม้ว่าจะสะดวกขึ้น

แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงขึ้นเช่นกัน จึงทำให้ไม่เหมาะสำหรับ Layer ที่ยังเป็นไม่มีงานพิเศษ

หรืองานประจำทำที่มีเงินเดือนเท่าไหร่นักน่ะครับ แต่กล้องในกลุ่มนี้ก็ยังคงเป็นกล้องที่สามารถพกได้อย่าง

สะดวกสบายจึงทำให้เป็นกล้องที่แนะนำสำหรับ Layer ที่มีเงินถึงจริงๆ อยากได้ภาพที่มีคุณภาพมากขึ้น

และสามารถพกได้สะดวก

 

สำหรับภาคต้นนี้ ขอจบที่กลุ่มราคา กลุ่มที่สองก่อนนะครับ...^^/

ภาคจบจะมาพูดถึงในอีก 2 กลุ่มนั่นคือ

“กลุ่มราคา 11,000 - 15,000 บาท และ กลุ่มราคา 15,000.- บาท ขึ้นไป”

 

พบกันใหม่ใน Entry หน้านะครับ ^^/